Sunday, 11 May 2014

เมื่อวันแม่ คล้ายจะเป็นวันลูกมากกว่า

     



หลังสิบโมงละ เดินเพื่อจะไปขึ้นรถไฟใต้ดินไปมหาวิทยาลัย ทุกวันก็ต้องเดินผ่านห้างที่ชื่อว่า John Lewis  วันที่เดินไปห้างมันดูแปลกๆ คนเยอะมาก แล้วส่วนใหญ่ก็เป็นหญิงอายุเกินสามสิบ มากับลูกๆ หรือทั้งครอบครัว  เสียงที่ได้ยินรอบๆ คือ mummy , I want that  ได้ยินประมาณนี้ตลอดทางจนเดินออกจากห้าง พอดีเจอน้องคนไทย ถามเค้าว่าวันนี้มันวันอะไรเหรอดูคนเยอะ ครอบครัวใหญ่ เดินเต็มห้าง  น้องบอกว่าวันนี้เป็นวันแม่ของฝรั่ง  ชักไม่แน่ใจละ ว่าตกลงมันเป็นวันแม่ หรือวันลูกกันแน่  เพราะได้ยินตลอดทางแปลได้ความว่า  หนูอยากได้นั่นอ่ะแม่  หนูอยากได้นี่    สุดท้ายวันแม่ก็คือทุกวันนั่นเอง ถ้าจะนิยามคำว่าแม่    แม่คงจะหมายถึง  ผู้ให้
   
       ความเป็นแม่ต้องเป็นทุกวินาทีตั้งแต่ลูกเกิด จนกระทั่งตัวเองหมดลมหายใจ จะเลิกเป็นก็ไม่ได้ เป็นหน้าที่ที่มีโอกาสสร้างบุญมากกว่าอาชีพอื่นๆ
   
คำว่าแม่ไม่ใ่ช่นึกอยากจะเป็นก็เป็นกันได้ง่ายๆ อย่างน้อยต้องผ่านสองขั้นนี้ไปก่อน

ขั้นที่ 1 ต้องหาพ่อให้ลูก

  •        ผู้ชายแท้สมัยนี้ก็ไม่ได้หาได้ง่ายๆ บางคนก็ชอบอยู่เป็นโสด 
  •        ผู้หญิงบางเกิดมาสวยไป ผู้ชายไม่กล้าจีบคิดว่ามีแฟนแล้ว   
  •        ผู้หญิงบางคนก็รวยเกิน จะคบใครก็ต้องระวัง
  •        ผู้หญิงที่จนเกินก็มีปัญหาผู้ชายไม่ชอบกลัวจะไปเกาะอีก  
  •        ผู้หญิงบางคนก็เก่งเกิน เรียนไปเรียนมาลืมดู เรียนไปถึงปริญญาเอกซะงั้น   จะมองหาผู้ชายปริญญาเอกด้วยกัน จะหาแมนๆ สักคนก็ยาก ไอ้ที่แมนๆ ก็มีครอบครัวกันแล้ว  
  •        ผู้หญิงเก่งประเภททำงานเก่งเกินผู้ชายก็ไม่ชอบ กลัวจะไปเป็นแม่มากกว่าเป็นภรรยา  
  •        ผู้หญิงบางคนก็สงวนท่าทีมากเกิน แอบชอบกันไปมาไม่กล้าพูดกันสักที   สุดท้ายเพื่อนโฉบไป มันก็มีซะเยอะ                                                                                                                                   
 แค่ขั้นหนึ่งบางคนก็เริ่มถอดใจ พวกที่สาบสิบใกล้สี่สิบ หรือเลยแล้วก็แทบจะไม่หวังละ

ขั้นที่ 2 มีผู้ชายเป็นตัวเป็นตน

คุณมาถึงขั้นนี้ได้ ต้องยกนิ้วให้ว่ายอดเยี่ยม  อยู่ในขั้นเริ่มสร้างครอบครัว เก็บหอมรอมริบ  อยากจะมีลูก บางคนบุญมีแต่กรรมบัง  รวยมาก บ้าน รถ ที่ดิน พร้อมสรรพ ปรากฎว่าไม่มีลูก ทำกิ๊ฟนู่นนี่ก็แล้ว เด็กก็ไม่มาเกิด สุดท้ายไอ้ที่อดออมกันมาก็ให้หลานหมด

      เมื่อคุณผ่านสองขั้นนั้นมาได้ และอดทนตั้งครรภ์ 9 เดือน จนกระทั่งคลอดบุตร นี่ต้องปรับมือดังๆ  ถือว่ามีบุญมาก ประสบความสำเร็จละ (ไม่รวมพวกที่มีแบบไม่ได้ตั้งใจนะ)

จากที่เล่ามาทั้งหมด  สิ่งที่อยากบอกคือ มันยากนะ ตั้งแต่จะหาใครสักคน ไหนจะสร้างฐานะ   กว่าจะประสบความสำเร็จในการสร้างคนมาหนึ่งคน   อยากให้นึกถึงสองมือที่เคยกอด เคยป้อนข้าว เคยประคองตอนหัดเดิน ยิ่งคนที่เป็นพ่อแม่คนแล้วคงจะรู้สึกได้มากกว่าเรา  

พ่อแม่มักจะเป็นคนสุดท้ายที่อยู่กับเรา เวลาเราไม่เหลือใคร เป็นคนที่พร้อมจะให้อภัย  ต่อให้คนรอบข้างจะไม่เข้าใจ  แม้ว่าเราจะไม่ได้เป็นอย่างนั้นก็ตาม จะมีคนอย่างน้อยสองคนที่พร้อมจะดูแลในยามจิตใจเราอ่อนแอ โดยไม่ต้องการสิ่งใดตอบแทน


รักตัวเอง  รักแฟน รักลูก รักคนอื่นอีกมากมาย อย่าลืมรักคนในครอบครัวให้มากๆ นะ ^ ^

                               


No comments:

Post a Comment